<< Go Back

แบบทดสอบปลายภาค เคมี เล่มที่ 3

1. ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดเพื่อแสดงว่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
  1.    โมเลกุลของสารนั้นจะมีการชนกันมากขึ้น
  2.    ทำให้ความดันเพิ่มขึ้น
  3.    ทำให้พลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้น
  4.    โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานสูงเกิดขึ้น
 
2. ในการศึกษาปฏิกิริยาเคมีโดยทั่วไปมักต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็ว ดังนั้นเวลาทำการทดลองจึงมักกระทำอย่างไร
  1.    อุ่นให้ร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ 2.    ใช้สารละลายมีความเข้มข้นสูง
  3.    ใช้วิธีคนอย่างสม่ำเสมอ 4.    ใช้วิธีการทั้ง 1 2 และ 3
     
3. ปฏิกิริยาย้อนกลับของ X   Y มีพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาไปข้างหน้า 100 kJ/mol มีพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาย้อนกลับ 75 kJ/mol ปฏิกิริยา X Y นี้เป็นปฏิกิริยาชนิดใด
  1.    คายความร้อน 25 kJ/mol 2.    คายความร้อน 175 kJ/mol
  3.    ดูดความร้อน 25 kJ/mol 4.    ดูดความร้อน 175 kJ/mol
     
4. การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่สูงที่สุดที่อุณหภูมิเดียวกัน
  1.    ใส่แผ่นสังกะสี 1 ชิ้น หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3
  2.    ใส่แผ่นสังกะสี 2 ชิ้น หนัก 0.5 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3
  3.    ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.1 mol/dm3
  4.    ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl 0.2 mol/dm3
     
5. ตามทฤษฎีการชนกันของโมเลกุล และทฤษฎีจลน์ของก๊าซข้อใดเป็นขั้นตอนที่กำหนดอัตราเร็วของปฏิกิริยารวม
  1.    ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปช้าที่สุด 2.    ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นแรก
  3.    ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปเร็วที่สุด 4.    ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นสุดท้าย
     
6. เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นด้วยเพราะเหตุผลข้อใด (ให้ตอบข้อที่ถูกที่สุด)
  1.    จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นเพิ่มมากขึ้น
  2.    โมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นชนกันมากขึ้น
  3.    จำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้นเพิ่มมากขึ้น และมีการชนกันมากขึ้น
  4.    โมเลกุลทั้งหมดของสารตั้งต้นมีพลังงานสูงกว่าพลังงานกระตุ้น และชนกันมากขึ้นอย่างถูกทิศทาง
     
7. ถ้ายังทำการทดลองที่อุณหภูมิและความดันเดิม แต่บดเม็ดหินอ่อนจำนวนเท่าเดิมให้ละเอียดเป็นผงเพื่อให้ทำปฏิกิริยากับกรดปริมาณเท่าเดิมจนหมด ผลการทดลองจะเป็นอย่างไร
  1.    ได้ก๊าซมากกว่า 1200 cm3 และใช้เวลาน้อยกว่า 6 นาที
  2.    ได้ก๊าซน้อยกว่า 1200 cm3 และใช้เวลาน้อยกว่า 6 นาที
  3.    ได้ก๊าซ 1200 cm3 เท่าเดิมและใช้เวลามากกว่า 6 นาที
  4.    ได้ก๊าซ 1200 cm3 เท่าเดิมและใช้เวลาน้อยกว่า 6 นาที
     
8. บรรจุก๊าซ A2 และก๊าซ B2 ในภาชนะที่อุณหภูมิห้อง เมื่อเผาให้ร้อนก๊าซทั้งสองจะทำปฏิกิริยากันดังสมการ 2A (g) + B2 (g) 2AB (g) อัตราเร็วของปฏิกิริยา = k [B2]2 เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงระบบดังต่อไปนี้
         1. เพิ่มความดันของก๊าซขึ้นเท่าตัว
         2. เพิ่มความเข้มข้นของสาร A
         3. เติมตัวเร่งปฏิกิริยา
การเปลี่ยนแปลงในข้อใดที่น่าจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น
  1.    1 , 2 และ 3 2.    3
  3.    2 และ 3 4.    1 และ 3
     
9. โดยทั่วไปอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะเพิ่มขึ้นประมาณสองเท่า เมื่อเพิ่มอุณหภูมิ 10 C ในการทดลองหนึ่งสารตัวอย่างของโพแทสเซียมคลอเรต สลายตัว 90 % โดยมวลในเวลา 20 นาที ถ้าเพิ่มอุณหภูมิขึ้น 20C สารตัวอย่างดังกล่าวจะใช้เวลาในการสลายตัวกี่นาที
  1.    2.5 2.    5
  3.    10 4.    15
     
10. ปฏิกิริยา A + B   P เกิดช้าแต่สมบูรณ์และเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน พบว่าอัตราของปฏิกิริยาขึ้นกับปริมาณของสารตั้งต้น A แต่ไม่ขึ้นกับปริมาณสารตั้งต้น B การกระทำทั้งหมดในข้อใดต่อไปนี้มีผลทำให้ปฏิกิริยาเกิดได้เร็วขึ้น
  1.    ลดอุณหภูมิ เพิ่มสาร A 2.    ลดอุณหภูมิ เอาสาร P ออก
  3.    เพิ่มอุณหภูมิ เพิ่มสาร A เพิ่มสาร B 4.    ลดอุณหภูมิ เพิ่มสาร A เอาสาร P ออก
     
11. น้ำตาลกลูโคสมีโครงสร้างได้ 2 ชนิด ชนิด ก เมื่อละลายน้ำจะเปลี่ยนเป็นชนิด ข และที่ภาวะสมดุลจะมีชนิด ข ร้อยละ 63.6 จงหาค่าคงที่ของสมดุลของปฏิกิริยา
                  กลูโคส ก    กลูโคส ข
  1.    0.015 2.    0.027
  3.    0.57 4.    1.75
     
12. ในภาวะสมดุลของปฏิกิริยาทั้ง 3 ชนิด ข้างล่างนี้
              1. A + B C
              2. B + D E
              3. C + D E + A
มีค่าคงที่ของสมดุลเป็น K1 , K2 , K3 ตามลำดับ ถ้าทราบค่า K1 และ K2 จะหาค่า K3 ได้จากข้อใด
  1.    K1 - K2 2.    K2 - K1
  3.    K1 / K2 4.    K2 / K1
     
13. จากปฏิกิริยา 2H2S (g) 2H2 (g) + S2(g) เมื่อถึงสมดุลจะมี H2S 2.0 mol H2 0.40 mol ในภาชนะขนาด 2 dm3 ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้เท่ากับเท่าใด
  1.    0.032 2.    0.064
  3.    0.16 4.    0.32
     
14. ถ้าปฏิกิริยาต่อไปนี้อยู่ในภาวะสมดุล
              Cu (s) + 2Ag + (aq) Cu +2(aq) + 2Ag +(s)
ข้อสรุปข้อใดถูกต้อง
  1.    ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์จะเท่ากัน 2.    ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์จะคงที่
  3.    ความเข้มข้นของสารตั้งต้นจะเท่ากัน 4.    ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์จะเท่ากัน
     
15. การทดลองศึกษาค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา N2O4 (g)   2NO2 (g) ถ้าบรรจุ N2O4 0.125 mol ในภาชนะขนาดครึ่งลิตร และเมื่อระบบเข้าสู่สมดุลที่อุณหภูมิหนึ่งพบว่า ความเข้มข้นของ N2O4 เป็น 0.075 mol/l ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้เป็นเท่าไร
  1.    1.63 mol/l 2.    0.13 mol/l
  3.    2.33 mol/l 4.    1.00 mol/l
     
16. ปฏิกิริยา H2(g) + I2 (g) 2HI (g) มีค่าคงที่สมดุล K = 9.0 ที่อุณหภูมิที่กำหนด ถ้านำ 1.0 mol ของ H2 และ 1.0 mol ของ I2 มาผสมกันในภาชนะขนาด 1 dm3 ที่อุณหภูมิดังกล่าวความเข้มข้นของ HI ณ สภาวะสมดุลคือข้อใด
  1.    0.9 mol/dm3 2.    0.6 mol/dm3
  3.    1.2 mol/dm3 4.    1.9 mol/dm3
     
17. สาร A2B แยกสลาย 25 % ที่ 27 C และอยู่ในสมดุลดังสมการ
                A2B (g) 2A (g) + B (g)
ถ้าบรรจุก๊าซ A2B 1 โมล ในภาชนะ 1 dm3 จงหาค่าคงที่ของสมดุลที่ 27 C
  1.    1.66 × 10 -1 2.    6.25 × 10 -2
  3.    8.33 × 10 -2 4.    3.33 × 10 -3
     
18. ปฏิกิริยา A (g) + B (g) 2C (g) ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
       ถ้าต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์ควรทำอย่างไร
  1.    เพิ่มอุณหภูมิให้แก่ระบบ 2.    ลดอุณหภูมิของระบบ
  3.    เพิ่มความดันให้แก่ระบบ 4.    ลดอุณหภูมิมีแต่เพิ่มความดันให้แก่ระบบ
     
19. เมื่อเติมสารละลายไฮโดรเจนซัลไฟด์ลงไปสารละลาย Pb2+ จะทำให้เกิดตะกอน Pbs สมดุลเคมีที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้
         Pb2+(aq) + H2S(aq) PbS (s) + 2H+ (aq)
ในภาวะใดจะทำให้ Pbs ตกตะกอนน้อยที่สุด
  1.    เพิ่มความเป็นเบสของสารละลายให้มากขึ้น 2.    เพิ่มความเข้มข้นของสารละลายให้มากขึ้น
  3.    เติม Pb2+ ลงไปอีก 4.    เพิ่มความเป็นกรดของสารละลายให้มากขึ้น
     
20. ปฏิกิริยาเคมีดังสมการ 4NH3 + 5O2 4NO + 6 H2O ปฏิกิริยาใช้แพลตินัม (Pt) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เมื่อปฏิกิริยาถึงสมดุลแล้วถ้าเพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยาไปอีก จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือไม่
  1.    ปริมาณของ NO และ H2O จะเกิดมากขึ้น 2.    ปริมาณของ NH3 และ O2 จะลดลง
  3.    อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น 4.    ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
     
21. เมื่อนำสารละลาย A ,B , C และ D ความเข้มข้นเท่ากันไปทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้ผลดังตาราง
           
สาร A ,B , C และ D น่าจะเป็นสารใด 
 
     

22. ในปฏิกิริยาต่อไปนี้ ปฏิกิริยาใดที่ HCO3- ทำหน้าที่เป็นกรด

  1.    HCO3- + H2O H2CO3 + OH-
  2.    HCO3- + OH-H2O + CO32-
  3.    HCO3- + HSO4- H2CO3 + SO42-
  4.    HCO3- + CH3COOH H2O + CO2 + CH3COO-
     
23. จากทฤษฏีกรด – เบส ของอาร์เรเนียส และเบรินสเตด-ลาวรี สารใดจัดเป็นเบสทุกตัว
  1.    NaOH , NH4+ , CO32- 2.    CH3COO- , NH3 , HCN
  3.    Cl- , OH- , HS- 4.    H2S , H3O+ , H2CO3
     
24. จากโมเลกุลต่อไปนี้ HClO , HClO2 , HClO3 และ HClO4 การเรียงลำดับความแรงของกรดข้อใดถูกต้อง
  1.    HClO > HClO2 > HClO3 > HClO4 2.    HClO4 > HClO3 > HClO2 > HClO
  3.    ClO- > ClO2- > ClO3-> ClO4- 4.    ClO4-> ClO3- > ClO2-> ClO-
     
25. สารละลาย H2SO4 เข้มข้น 0.1 mol/dm3 จะมีความเข้มข้นของ H3O+ เป็นเท่าไร   
                (Ka ของ HSO4- = 1.2 × 10-2)
  1.    0.1000 mol/dm3 2.    0.1098 mol/dm3
  3.    0.0902 mol/dm3 4.    0.0999 mol/dm3
     
26. ในน้ำปูนใสมี Ca(OH)2 ละลายอยู่ 5.1 × 10-2 g/100 cm3 ความเข้มข้นของ OH- ในสารละลายนี้ เป็นเท่าใด (Ca=40 , O=16 , H=1)
  1.    0.138 M 2.    8.95 × 10-2 M
  3.    1.38 × 10-23 M 4.    6.89 × 10-3 M
     
27. สารประกอบคู่ใดต่อไปนี้เมื่อทำปฏิกิริยากันแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสถานะเป็นแก๊ส และเปลี่ยน สีกระดาษลิตมัสชื้นจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
  1.    Zn กับ H2SO4 2.    CaCO3 กับ HCl
  3.    NaOH กับ NH4Cl 4.    HNO3 กับ NaHCO3
     
28. การผสมของสารในข้อใดไม่เกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
  1.    KCN + H2O 2.    NH4Cl + H2O
  3.    CH3COONH4 + H2O 4.    Ba(OH)2 + H2O
     
29. นำเกลือ NH4Cl ละลายน้ำให้มีความเข้มข้น 0.1 M สารละลายนี้มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส และ มีค่า pOH เท่าใด (Kb = 1.8 × 10-5)
  1.    เป็นกรด pOH = 5.13 2.    เป็นกรด pOH = 8.87
  3.    เป็นเบส pOH = 2.87 4.    เป็นเบส pOH = 11.13
     
30. ยาลดกรดชนิดหนึ่งมี Mg(OH)2 อยู่ร้อยละ 29 โดยมวลต่อมวล นอกนั้นเป็นแป้ง ถ้ายานี้หนักเม็ดละ 0.2 g จะต้องใช้ยากี่เม็ด จึงจะทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลาย HCl 0.02 M จำนวน 300 cm3 (Mg = 24 , O = 16 , H = 1)
  1.    2 2.    3
  3.    4 4.    5

<< Go Back